แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ของเล่นที่ดี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ของเล่นที่ดี แสดงบทความทั้งหมด

ของเล่นมีความสำคัญอย่างไร?


ของเล่นเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสิ่งหนึ่งสำหรับเด็กๆ
นอกจากการเล่นที่ให้ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน อันเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เด็กอารมณ์ดีและเบิกบาน การเล่นของเล่นยังช่วยเสริมความคิดสร้างสรรค์ สร้างจินตนาการและฝึกทักษะในการใช้อวัยวะส่วนต่างๆของร่างกาย รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพในด้านต่างๆของเด็กได้เป็นอย่างดี

การเล่นของเล่น ช่วยให้เด็กได้ใช้พลังงานและจินตนาการได้ไม่สิ้นสุด เพราะของเล่นมีวิธีเล่นที่ไม่จำกัด สามารถปรับเปลี่ยนได้ ซึ่งเด็กจะเรียนรู้
ซึมซับและปรับตัว ตามความเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

ขณะที่ของเล่นมีประโยชน์และสำคัญสำหรับเด็ก จำเป็นที่ผู้ใหญ่ใจดีต้องศึกษาและเลือกสรรของเล่นที่เหมาะสมต่อเด็กในแต่ละช่วงวัย ของเล่นบางอย่างอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุและเป็นโทษกับเด็กที่เล่นอย่างคาดไม่ถึง หากผู้ใหญ่ใจดีมองข้ามการเลือกของเล่นที่เหมาะสมให้กับเด็กของเรา

นอกจากการเลือกสรรของเล่นที่เหมาะสมให้เด็กแล้ว การที่ผู้ใหญ่ใจดีเข้ามามีส่วนร่วมในระหว่างการเล่นของเด็กก็มีความสำคัญไม่น้อยทีเดียว นอกจากความอบอุ่นที่เด็กได้รับแล้ว ผู้ใหญ่ใจดียังได้ใช้โอกาสนี้ ให้คำแนะนำวิธีการเล่นอย่างปลอดภัยต่อเด็ก ในเวลาเดียวกัน

คัดลอกบทความบางส่วนมาจาก "คู่มือเลือกซื้อของเล่น"
ของ สมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทย

ความจำเป็น....ในการเลือกของเล่นที่ดี

ความจำเป็น ที่ต้องเลือกของเล่นที่ดี เหมาะสม ปลอดภัย ให้บุตรหลานอันเป็นที่รักของท่าน เพราะว่า...ของเล่น เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาการของเด็ก ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และ ทางสังคม ของเล่นที่ดีจะผ่านการออกแบบโดยคำนึงถึงความเพลิดเพลิน ความปลอดภัย ความเหมาะสม และเสริมพัฒนาการ ของแต่ละช่วงวัยในการเล่นของเด็ก

ของเล่นที่ดีจะผ่านกระบวนการผลิตที่คำนึงถึงความปลอดภัยจากการเล่น กล่าวคือ ของเล่นในปัจจุบัน จะมีวัสดุส่วนผสมของสารสังเคราะห์ไม่มากก็น้อย ในสารสังเคราะห์เหล่านี้ จะมีส่วนผสมของโลหะหนัก จำพวก ตะกั่ว , ปรอท ฯ ตัวอย่างเช่น สีที่เคลือบในชิ้นงานของของเล่น ที่เราเห็นว่ามีสีสวยสดใส ของเล่นที่ดีจะเลือกใช้เฉพาะสีผสมที่มีค่าของสารโลหะหนัก ไม่เกินเกณฑ์ตามมาตรฐานสากล หรือที่เราจะเคยได้ยินกันบ้างว่า Non Toxic หรือ ปลอดสารตะกั่ว (ซึ่งจริงๆก็ยังมีอยู่บ้าง เพียงแต่มีไม่เกินตามเกณฑ์ที่มาตรฐานสากลกำหนดไว้ ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อเด็กผู้เล่น) ในการนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ของเล่น ซึ่งแน่นอนว่าหากของเล่นมีสารตะกั่วอยู่ในของเล่นนั้น เกินค่าตามเกณฑ์กำหนดความปลอดภัย เมื่อเด็กนำของเล่นเข้าปาก หรือมือเด็กสัมผัสกับของเล่น(แน่นอนอยู่แล้ว) ก็เป็นโอกาสให้สารตะกั่วจะซึมซับเข้าสู่ร่างกายแบบค่อยๆสะสม ผลลัพท์ย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของเด็กตั้งแต่ขั้นไม่รุนแรงจนไปถึงขั้นรุนแรง ผู้ใหญ่อย่างเราๆท่านๆคงไม่อยากให้เกิดขึ้นกับบุตรหลานของเรา

นอกจากส่วนผสมในชิ้นงานของของเล่นตามข้างต้นแล้ว (ซึ่งค่อนข้างยากที่ผู้บริโภคทั่วไปจะรู้ได้) สิ่งที่ผู้บริโภคสามารถพิจารณาได้ด้วยตัวเอง คือ สภาพภายนอกของของเล่นที่จับต้องได้ ว่ามีความคมของชิ้นงาน เมื่อมือผู้ใหญ่ลูบ (หากผู้ใหญ่ลูบแล้วรู้สึกว่ามีความคม เด็กของเราหล่ะ?) หรือ ระยะห่างในตำแหน่งที่มีจุดหมุนของของเล่นนั้นๆ ว่ามีโอกาสที่จะหนีบนิ้วหรืออวัยวะอื่นๆของเด็กได้หรือไม่ หากมีโอกาสหนีบได้ ท่านคงต้องพิจารณาว่าปลอดภัยกับบุตรหลานเราหรือไม่

การพิจารณาเลือกของเล่นให้เด็ก จำเป็นต้องดูความเหมาะสมของเด็กในแต่ละช่วงวัย ปกติผู้ประกอบการที่ดี จะมีฉลากสินค้า (ซึ่งตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค กำหนดให้ของเล่นสำหรับเด็ก เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก นั่นหมายถึงของเล่นที่วางจำหน่ายภายในประเทศไทย ต้องติดฉลากสินค้า) หรือ เอกสารเผยแพร่ (แคตตาล็อคสินค้า) ที่จะมีระบุอายุเด็กที่เหมาะสมกับของเล่นนั้น ให้แก่ผู้บริโภคได้เลือกพิจารณาอยู่แล้ว ในฐานะผู้บริโภคควรที่จะศึกษาให้ละเอียดเข้าใจก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ หากของเล่นใดที่ไม่มีข้อมูลเบื้องต้นให้เราศึกษาพิจารณา ก็ควรปฏิเสธการซื้อเสีย

รางวัลของเล่นที่ดี " Good Toy Awards "

รางวัลของเล่นที่ดี (GOOD TOY AWARDS)
จัดประกวดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย โดย
สมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทย เมื่อ ปี พ.ศ. 2547
ซึ่งเล็งเห็นถึงความสำคัญในการเลือกของเล่นที่เหมาะสมและปลอดภัยให้แก่บุตรหลานไทย รวมทั้งส่งเสริมความรับรู้และเข้าใจ แก่ประชาชนให้ตระหนักถึงความสำคัญของของเล่น ที่จะเลือกซื้อให้แก่เด็กในครอบครัว ทั้งยังมีส่วนร่วมผลักดันให้ผู้ประกอบการไทย พัฒนาผลิตภัณฑ์ของเล่นไทย ให้มีคุณภาพความปลอดภัยในระดับสากล


มาตรฐานความปลอดภัยในของเล่น ที่ผู้บริโภคควรทราบ

 ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ของเล่น ที่จำหน่ายภายในประเทศไทย ถูกกำหนดให้มีมาตรฐานบังคับใช้ โดย สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ตามมาตรฐานเลขที่ มอก.685-2540 (TIS-685-1997) ซึ่งมีการบังคับใช้สำหรับผู้ประกอบการที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของเล่นในประเทศไทย มาเป็นเวลากว่า10ปี

สำหรับมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล ปัจจุบันที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย และ เป็นมาตรฐานที่ได้รับความเชื่อถือจากนานาประเทศว่ามีความเข้มงวด จะมี 2 มาตรฐานหลัก คือ CE ( มาตรฐานยุโรป  EN-71)  และ
ASTM  ( มาตรฐานสหรัฐอเมริกา U.S. ASTM F963-08 )

ผู้ประกอบการไทย ที่ต้องการส่งสินค้าไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ที่มีความเข้มงวดในความปลอดภัยของของเล่น ที่จำหน่ายในแต่ละประเทศ จำเป็นต้องนำผลิตภัณฑ์ส่งตรวจสอบเพื่อให้ผ่านการรับรองมาตรฐาน(ว่าปลอดภัย ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้) จึงสามารถที่จะส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศนั้นๆได้ โดยการตรวจสอบเพื่อการรับรอง ต้องส่งเป็นรายตัวผลิตภัณฑ์ กล่าวคือ ผู้ประกอบการมีผลิตภัณฑ์ 5 รูปแบบ ที่ต้องการส่งออก ก็จักต้องส่งตรวจสอบและต้องผ่านการรับรองมาตรฐานฯ ทั้ง 5 รูปแบบ
ผู้บริโภคควรจะสังเกตุตราสัญลักษณ์ของมาตรฐานรับรอง ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นอันดับแรก หลังจากที่บุตรหลานของท่านสนใจและชอบรวมถึงจะตัดสินใจซื้อของเล่นชิ้นนั้นๆ ซึ่งทำให้พอที่จะมั่นใจว่าของเล่นชิ้นนั้นมีความปลอดภัยสำหรับบุตรหลาน
อย่างไรก็ตามจากข่าวสารที่ได้รับผ่านสื่อต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา พบว่าของเล่นทั้งที่นำเข้าจากต่างประเทศ และ ผลิตภายในประเทศ จำนวนไม่น้อย มีปัญหาค่าของสารโลหะหนัก (อาทิ ตะกั่ว และ ฯ) เกินกำหนดตามมาตรฐานความปลอดภัย ในชิ้นส่วนของของเล่น ทั้งที่ของเล่นที่ตรวจพบบางราย มีตราสัญลักษณ์ของมาตรฐานรับรอง !!
ซึ่งมองได้เป็น 2ประการหลัก คือ
1. ความบกพร่องของผู้ประกอบการ ในกระบวนการผลิต ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ (แต่ไม่ควรเกิด)
2. ความไม่รับผิดชอบของผู้ประกอบการบางราย ที่ แอบอ้างใช้ตราสัญลักษณ์ฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือ ไม่ได้ส่งผลิตภัณฑ์ตรวจสอบอย่างถูกต้อง (กล่าวคือ ปลอมตราสัญลักษณ์ฯ)